เคยทำรายงานเรื่องฮิคิโคโมริเมื่อตอนปี 3 นึกอยากลงนานแล้ว แต่ไม่ได้ลงสักที


เมื่อตอนปี 3 เป็นช่วงที่เราเริ่มไปมหา'ลัยที่ท่าพระจันทร์ และไม่ได้อยู่หอ ต้องนั่งรถไปกลับ
วันนึงประมาณ 4-5 ชั่วโมง  ชีวิตช่วงนั้นนรกมาก  มองย้อนกลับไปยังงงว่าตัวเองก็ทนมาได้เนอะ

ปกติชอบอยู่บ้านอยู่แล้ว มาเจอการเดินทางไกลทุกวัน ยิ่งอยากอยู่บ้านเข้าไปอีก
ช่วงนั้นนึกอยากเป็นฮิคิโคโมริมาก คิดง่าย ๆ ว่าดีจังเนอะ อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกไปไหน

อยากเป็นมาก ๆ มากจนเอาเรื่องนี้มาเป็นหัวข้อทำรายงานเลย


วันนี้อยากมาตอบโจทย์ที่ว่า "ฮิคิโคโมริน่าเป็นจริง ๆ เหรอ?"  ขอตอบด้วยความคิดของเรานะ
ซึ่งคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ไม่แปลก


ก่อนอื่น ฮิคิโคโมริคืออะไร?

จากคำจำกัดความของกระทรวงสาธารณสุขและแรงงานของญี่ปุ่น (厚生労働省)
ฮิคิโคโมริหมายถึง “สภาพที่เก็บตัวอยู่ในบ้านนานเกิน 6 เดือน  โดยไม่ออกไปเรียนหรือไปทำงาน 
ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นนอกจากครอบครัวตนเอง”
1

สรุปง่าย ๆ ก็คือ คนที่ขังตัวอยู่ในบ้านนานกว่า 6 เดือน และฮิคิโคโมริส่วนใหญ่จะมี
อาการกลัวคนแปลกหน้า

สาเหตุและอาการขอไม่พูดถึง เพราะนี่ไม่ใช่รายงาน 55 (ที่จริงคือ ถ้าลงก็จะยาวมาก ยาวเกินไป)
ถ้าอยากรู้เรื่องลึก ๆ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันเองแล้วกันนะคะ

(ด้านล่างนี้ขอก๊อปรายงานตัวเองมา ภาษาจะทางการนิดนึง 55)

แต่ที่อยากให้อ่านคือ เรื่องเล่าประสบการณ์จากผู้เคยเป็นฮิคิโคโมริ2

นี่เป็นเรื่องของคุณ K อายุ 22 ปี ทำงานพิเศษ อาศัยอยู่คันไซ 


สาเหคุจากอีเมลฉบับหนึ่ง  ถึงจะน่าอายหรือผิดพลาด แต่เป็นตัวเองก็ดีอยู่แล้วล่ะ!

คุณ K เป็นฮิคิโคโมริตั้งแต่อายุ 15-20 ปี เพราะมีปมด้อยเรื่องการพูดติดอ่าง ทำให้ทางด้านจิตใจ
เป็นฮิคิโคโมริเต็มตัว พออายุ 18 ปีได้ย้ายออกไปอยู่คนเดียว ทางด้านกายภาพจึงมีสภาพกึ่งฮิคิโคโมริ 
ในช่วงอายุ 15-20 ปีไม่มีความทรงจำเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องกิจกรรม ความรัก ความสัมพันธ์
กับผู้คน การเรียน หรือการทำงานพิเศษ

ในช่วงอายุ 20 เริ่มเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีอาการตื่นกระหนกแล้ว จิตใจเริ่มสงบลง จึงลองเริ่มทำงานพิเศษ
งานพิเศษที่ทำเป็นงานที่สามารถทำตอนไหนก็ได้  วันไหนอยากไปก็ค่อยไปก็ได้  เคยถูกทำร้ายจิตใจ
เพราะคำพูดของใครบางคนจนไม่ไปทำงานเป็นเดือน แต่ก็ไม่ถูกไล่ออก ในช่วงแรกที่ไปทำงาน
แค่คำถามง่าย ๆ หรือคำทักทาย คุณ K ก็ไม่สามารถตอบได้สักเท่าไหร่ คุณ K จึงปลอบใจตัวเองว่า

"กำลังไปโรงพยาบาลอยู่ ไปเพื่อให้คุ้นกับคน" ฉันปลอบใจตัวเองแบบนี้ แล้วก็ไปทำงาน
「病院に行ってるんだ、人に慣れるために行っているんだ」と自分を励ましつつ、
行っていました。


ในวันหนึ่ง ตอนที่กำลังช่วยพนักงานต้อนรับแขกอยู่นั้น คุณ K ถูกพนักงานคนอื่นเลียนแบบท่าทาง
การพูดติดอ่างล้อเลียนต่อหน้าคนทุกคน และถูกหัวเราะใส่ คุณ K ได้แต่อึ้ง พูดอะไรไม่ออก
ตอนกลับบ้านก็ซ่อนหน้าไว้หลังหนังสือ แล้วก็ร้องไห้

หลังจากเรื่องวันนั้น ฉันคิดว่าทุกคนคงจะคิดว่าฉันเป็นคนที่น่าอายและน่าสมเพชแน่เลย
แต่ก็เพราะคิดไว้ว่า สักวันต้องชินกับผู้คนให้ได้ จึงเตือนตัวเองว่า "กำลังไปโรงพยาบาลนะ"
แล้วก็ไปทำงานพิเศษนั้นต่อไป
あのようなことがあった以上、皆は私のことをひどくみっともなく情けないやつだと
思っているに違いない、と思いながらも、いつかは人に慣れなくてはいけないという
思いから「病院に行っているんだ」と自分を言い聞かせて、引き続きそのバイトに
行っていました。


หลังจากเริ่มทำงานได้ประมาณครึ่งปี ในวันเกิดของฉัน ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่งจากเด็กในที่
ทำงานพิเศษ  "ฉันชอบ K จริง ๆ นะ จากนี้ไปก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ" เด็กคนนั้นอยู่มาตั้งแต่
ฉันเริ่มงานใหม่ ๆ เป็นเด็กที่รู้เรื่องน่าอายของฉันดีที่สุดแท้ ๆ ...
バイトを始めて半年ほど経った私の誕生日のことです。バイト仲間のある女の子
から、メールが来ました。「あたし、Kのこと、ほんとに好きなの。これからも仲良く
してね」その子は私がバイトを始めたときからいた子だったので、私のみっともない
姿を誰よりも知っている子だったのに・・。


คุณ K ผู้เลิกล้มความตั้งใจที่จะหาเพื่อน ไม่มีความหวังว่าจะมีใครมาชอบตน หลังจากได้รับอีเมล
ฉบับนั้น จึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น และเริ่มเข้าหาเด็กคนนั้น

ฉันได้เรียนรู้ว่า ถึงจะถูกคนอื่นเห็นตัวเองที่น่าอายแค่ไหน มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ฉันถูกผู้คนเกลียด
และบางทีนี่คงเป็นเรื่องธรรมดาบนโลกใบนี้
どれだけみっともない自分を見られても、それは人が私を嫌う要因にはなり得ない、
ということ、もしかしたら世間では当たり前のことかもしれませんが、そのことを
学びました。

หลังจากนั้นฉันเริ่มสามารถไปทำงานที่อื่นได้ และคิดได้ว่า สังคมมนุษย์นั้นใจดี เป็นมิตร และยอมรับ
ผู้คนเข้าไปง่ายกว่าที่ตัวเองคิด
それから、他のバイトもするようになり、人や社会は自分が思っているよりも優しく、
穏やかで、受け入れやすいものなのだと思えるようになりました。


คุณ K อยากบอกเล่าผ่านตรงนี้ว่า อย่าไปคิดมากเลย ถึงจะน่าอายหรือไม่มีความสามารถก็ไม่เห็น
เป็นอะไร  ขอให้เป็นตัวของตัวเอง ถึงจะสร้างความลำบากให้คนอื่น ก็ใช่ว่าจะกลายเป็นคนนอกคอก
ไปเสียเมื่อไหร่  ถึงจะทำให้คนอื่นเจ็บปวด แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ไปได้นี่นา หรือถ้าสร้างความเดือนร้อน
ให้ผู้อื่น ครั้งต่อไปก็ให้ระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง

ตอนนี้กำลังตั้งใจปรับปรุงตัวจนกว่าจะดีได้ในระดับหนึ่ง  โนบิตะเองก็เป็นคนไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว
แต่ก็ยังมีชีวิตต่อไปในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง (หัวเราะ) ไจแอนท์เองก็ร้องเพลงเสียงหลง ซูเนโอะก็เป็น
คนขี้โกหก ชิซึกะจังก็ไม่เก่งไวโอลิน เดคิซุงิคุงเองก็ยังขาดความสนุกสนาน  ถึงจะเป็นอย่างนั้น
ทุกคนก็ยังมีชีวิตต่อไปตามปกติ
今では、ある程度までは開き直っています。のびただってあんなにバカでどうしよう
もないのに、それでも一人の人間として生きていっています(笑)。ジャイアンはどう
しようもない音痴だし、スネオはうそつきだし、静香ちゃんはバイオリンが下手で、
出来杉君は面白みに欠けるのに、それでも皆、フツーに生きていっています。

ไม่ใช่สังคมที่ยอมรับคนที่มีความสามารถ แต่การที่ยอมรับมนุษย์ผู้นำพาตัวเองเข้าไปต่างหากคือสังคม 
ตอนนี้ฉันคิดแบบนี้ค่ะ
能力のある人間を受け入れるのが社会ではなくて、自分に飛び込んでくる人間を
受け入れるのが社会だと、今では思っています。


จากเรื่องราวของคุณ K ผู้เขียนได้เห็นภาพของผู้ที่เป็นฮิคิโคโมริที่ขาดความมั่นใจในตนเอง
เช่นในกรณีของคุณ K ผู้มีปัญหาด้านการพูดติดอ่างจึงเกิดความไม่มั่นใจและไม่สามารถออกไป
เจอผู้คนได้ แต่การที่คุณ K ไม่ออกไปเข้าสังคมนั้น ไม่ใช่เพราะเธอไม่อยากเข้า แต่เป็น “เข้าไม่ได้”
ดังนั้น เมื่อความตึงเครียดของคุณ K ลดลงในช่วงที่เธออายุ 20 ปีนั้น ทำให้เธอคิดอยากลองออกไป
เจอโลกภายนอก และอยากขจัดความกลัว ความไม่มั่นใจตรงนี้ของตนเองออกไป 

เมื่อได้เริ่มไปทำงานพิเศษแล้วเจอปัญหา คุณ K ซึ่งไม่ได้อยากเป็นฮิคิโคโมริ และอยากใช้ชีวิตอย่าง
คนปกติ จึงยังคิดที่จะเอาชนะความกลัวของตน โดยการยังคงไปทำงานอยู่  และเมื่อมาถึงจุดเปลี่ยน
ตอนที่ได้รับอีเมลจากเด็กที่ทำงานด้วยกัน  ทำให้คุณ K มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น  และสามารถ
มองโลกและมองตัวเองในแง่ดีขึ้น  สุดท้ายก็สามารถรักษาอาการฮิคิโคโมริได้  นี่ยิ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า
ฮิคิโคโมริเป็นสภาพอย่างหนึ่งและสามารถรักษาให้หายได้



ยาวหน่อย อารมณ์เหมือนอ่านฟิค แต่พอดีว่าเป็นเรื่องจริง



อ้างอิง
http://www.nhk.or.jp/fnet/hikikomori/hikitoha/index.html
http://www.nhk.or.jp/fnet/hikikomori/experiences/experiences_new.html



สรุป

ตอบโจทย์ที่เราถามตัวเองไว้เมื่อตอนต้น  เราคิดว่าฮิคิโคโมริไม่ได้เป็นเพราะอยากเป็น
คนที่เป็นฮิคิโคโมริคือคนที่กลัวการออกไปข้างนอก ไม่ใช่ขี้เกียจออกไปข้างนอก (แบบเรา)

เราไม่ชอบออกจากบ้านก็จริง แต่ก็ไม่ได้กลัวที่จะออกไป และถ้าออกไปเที่ยว ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว 55

ฮิคิโคโมริจริง ๆ มันไม่น่าเป็นหรอก คนที่เป็นก็ใช่ว่าจะสบาย เพราะยิ่งเมื่อเป็นนาน ๆ เข้า จะมีอาการ
ทางจิตแทรกซ้อนอีก ทั้งนอนไม่หลับ, หยุดกินไม่ได้, วิตกจริตเกินเหตุ, หูฝาด, เป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ

อนึ่ง ฮิคิโคโมริกับโอตาคุที่ชอบหมกตัวอยู่ในห้องก็ไม่เหมือนกันอีก เพราะโอตาคุไม่ได้กลัว
การออกไปข้างนอก  แค่ชอบหมกตัวอยู่ในห้อง อยู่ในโลกแห่งจินตนาการเท่านั้นเอง
และฮิคิโคโมริก็ไม่ใช่โอตาคุเสมอไป



หวังว่าทุกคนจะเข้าใจฮิคิโคโมริมากขึ้น

ถ้ามีข้อสงสัยก็ถามไว้ได้ค่ะ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮิคิโคโมริบางทีก็น่ากลัว...

ยังไงซะ มันก็ไม่ดีต่อคนรอบข้างและตัวเอง

สุขภาพเสียหมด =w=''

Hot! Hot!

#1 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-09-06 18:57

จริงๆฮิคิโคโมริเป็นแบบนี้เองรึเนี่ย?

#2 By H][m@w@t on 2009-09-06 19:02

เรื่องไม่ค่อยอยากออกไปข้าวนอกบ้านแล้วก็เรื่องกลัวผู้คนภายนอกนี่เคยเป็นอยู่พักนึงเหมือนกันค่ะ แต่นั่นคือตอนที่อยู่คนเดียวนานจริงๆ จนเป็นอาการเหมือนกลัวโรคภายนอก แต่คิดว่าเราคงยังไม่ใช่ฮิคกี้เท่าไรหรอกค่ะ แค่ไม่คุ้นเคยกับการออกไปหาสังคมเท่านั้นเอง
แต่พอได้เจอเพื่อนแป๊ปๆก็ลืมอาการกลัวคนไปแล้วล่ะค่ะ ^^"

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันข้อมูลดีๆนะคะ พอจะเข้าใจอาการฮิคิโคโมริบ้างหน่อยค่ะ
Hot! Hot!

#3 By dark_shochan on 2009-09-06 19:05

คนส่วนใหญ่แค่ไม่ได้ออกจากบ้านนานๆ ก็มักจะพูดว่า "ทำตัวเป็นฮิคิโคโมริ" แล้วเนอะ
เมื่อก่อนเราก็เข้าใจแบบนั้นเหมือนกัน
ที่จริงมันมีอาการร้ายแรงอื่นๆ ตามมาอีกเยอะเลย sad smile

ว่าแต่ เราจะเรียกอาการขี้เกียจออกจากบ้านที่เป็นกันอยู่นี่ว่าอะไรดี? 55 open-mounthed smile
ฮิคิโคโมริ ... เงียบ สยอง

อ่านแล้วเข้าใจยิ่งขึ้น เห็นใจคุณ K จริงๆ


แสดงว่าเรายังไม่ใช่ฮิคิโคโมริสินะ อุฮิ

#5 By [Lazulite ソムオー ] on 2009-09-06 20:37

เคยๆเกือบจะเป็นหลายๆรอบแล้ว (ฮา)

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆนะฮะพี่อุซะ big smile

Hot! Hot!
Hot! Hot!
ยุ้นเต็มไม่หมด

#7 By ~Chiaki~Momo Allโหมด on 2009-09-07 08:12

ฮิคิโคโมริคืออย่างนี้นี่เอง
คนที่กลัวการออกไปเจอคนอื่นนี่ลำบากแย่เลย

#8 By แฮม (125.24.148.76) on 2009-09-07 16:00

ฮิคิโคโมริ ไม่คิดอยากจะเป็นเลยคะ ที่สำคัญ พี่อยู่บ้านได้ไม่เกิน 2 วัน ต้องออกจากบ้าน มิฉะนั้นจะปวดหัว มากถึงมากที่สุด อันนี้น่าจะเป็นโรคด้วยนะแต่ไม่รู้โรคอะไร ถ้าวันไหนหยุดต่อกัน 2 วัน จะเริ่มอาการมาแล้ว จะไปไหนดี ถึงไม่มีเงินก็นั่งรถเล่นสัก 3-4 ชม. ก็ได้

#9 By CanonD on 2009-09-07 18:32

ขอบคุณมากๆค่าสำหรับความรู้ใหม่ๆ^^

รู้สึกหันกลับมามองตัวเองว่าใกล้คำว่าอิคิโคโมริรึเปล่าแล้วอ่ะแต่ไม่หรอกเพราะออกไปเรียนอยู่เป็นประจำไม่งั้นตายแน่ถ้าไม่ได้เมาส์กับเพื่อนน่ะ
Hot! Hot!

#10 By :_[fuijmoto]_: on 2009-09-07 18:50

จริงๆ ผมว่าฮิโคโมริ นี้ไมไ่ด้เป้นเองนะ ผมคิดว่ามันน่ามาจากที่ คนๆนั้น ดันไปเจอสภาพแวดล้อมไม่ว่า โรงเรียนหรืออะไร ทำให้เขาปรับตัวไม่ถูกเลย กลัวไปเลย

ผมว่าเด็กผมก็สับสนชีวิตเหมือนกันแฮะ question แต่เดี๋ยวนี้ มาเลยตุลุยโลดด

#11 By salemanbps on 2009-09-07 21:51

โลกจะแคบนะเอ้อ!sad smile Hot!

#12 By walkerotaku★zayo on 2009-09-07 22:45

เข้าใจด้วยคนค่ะsad smile
รู้จัก ฮิคิโคโมริ จากการ์ตูนเรื่อง NHK
แต่รู้สึกว่าการ์ตูนจะออกแนวฮามากกว่าชีวิตจริง
....

อ่านบทความนี้แล้วเข้าใจอะไรได้เยอะเลย
โดยเฉพาะตอนที่คุณ K ยกตัวอย่าง ปมด้อยต่างๆ ของแต่ละคน
ผ่านตัวละครในโดราเอม่อน...

อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้ว่า...
คนเราทุกคนมีปมด้อยด้วยกันทั้งนั้น...
เราจงเชื่อมั่นในตัวเอง นับถือตัวเองให้มากกว่านี้
ถ้าเราเป็นคนดี... คงไม่มีใครทำร้ายเราง่ายๆ ได้แน่นอน surprised smile


ขอบคุณสำหรับ รายงาน (หรือเปล่า?) หน้านี้นะคะ

#14 By K-Sei on 2009-09-07 23:31

มันมาจากแรงขับดันจากสิ่งแวดล้อมภายนอกทำให้เขาเป็นแบบนั้น
คนๆนั้นก็เลยดูน่ารังเกียจเพราะแรงขับดันของคนแปลกหน้า

Hot! Hot! Hot!

#15 By eฺ-mäil666 on 2009-09-07 23:45

ลงชื่ออ่าน

#16 By ซูเนะโอะ on 2009-09-08 00:49

คิดว่าสมัยนี้คงไม่เป็นกันหรอกมั้ง
ยิ่งคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นอีก ยังไงก็อยู่ในสังคมออนไลด์ มีการพูดคุยกะคนนั้นคนนี้
ได้เข้าสังคมบ้าง แม้จะไม่เห็นหน้ากัน

อีกทั้งพวกเราคนไทยมีความรู้สึกว่า ยังมีความแคร์คนอื่นกันบ้างไม่เหมือนพวกชาวอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ที่บางทีก็แบบ..ตัวใครตัวมันอ่า

แล้วแบบอยู่ยากนะเนี่ยไม่ออกไปไหนเลยอ่ะ...ถ้าไม่มีทั้งเงิน ทั้งคนที่คอยซื้อนู้นซื้อนี่ให้เนี่ยsad smile
แต่มันก็คงมีหล่ะแต่หาจับได้ยาก อิ อิ

#17 By ★MeawNoy★ on 2009-09-08 00:51

...แล้วพวกNEETล่ะ น่าลองมั๊ย...
ไม่อยากเป็น แต่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนอ่า สุขภาพแย่เลี้ยว

#19 By เนือย on 2009-09-08 02:28

Hot! Hot!

- - แต่เด็กไทยส่วนใหญ่อยากเป็น โอตาคุ มากกว่านา

#20 By joyka on 2009-09-08 06:54

confused smile

#21 By mini-teddy on 2009-09-08 08:14

เป็นบทความที่ดีมากๆเลยงับ

บางครั้งผมก็รู้สึกกลัวๆสังคมนะ สงสัยจะเป็นโรคกึ่งฮิคิโคโมริซะแล้ว

#22 By † ゚A゚ k ! r a † on 2009-09-08 09:25

ผมว่ายิ่งมีเน็ต ฮิคกี้ยิ่งเพิ่มนะ

แบบว่าตูไม่ต้องออกจากบ้านก็มีสังคมน่ะ

ความเป็นจริง บอกตรงๆ ว่า โลกแคบกว่าเดิมอีก...Hot!

#23 By lockman on 2009-09-08 09:54

โห...ได้เห็นจาก Hot post ล่ะ ยินดีด้วยนะ...

มีสาระ มีประโยชน์มากเลยจริงๆ (ปรบมือๆ)

อย่างเราก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ถ้าไม่มีธุระจริงๆ ก็ไม่ยอมออกจากบ้านเลยนะะ ไม่ใช่แค่ขี้เกียจนะ แต่ไม่อยากไปจริงๆ


ไม่ถึงกับกลัวคนแปลกหน้า แต่ไม่อยากสุงสิงกับใคร คล้ายๆ ว่ารู้เข้ากับใครได้ยากเลยทำตัวได้ลำบาก

.
.

#24 By ♣_ Nⓞ✖_♣ = on 2009-09-08 10:52

คุณเคน่าสงสารอ่ะ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ confused smile

คนเป็นโรคนี้จริงๆนี่ น่าสงสารเนาะ
Hot!
สังคมญี่ปุ่นมันก็เครียดเนาะ แล้วอย่างคนที่ติดเกมส์ การ์ตูน อยู่แต่กับคอมในห้อง จนไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเลยมีรึเปล่าครับ แล้วเค้าเข้าข่ายเป็นฮิคิโคโมริรึเปล่าครับ

#26 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2009-09-08 12:43

ผมเป็นโรคกลัวเหงาครับ ต้องมีเพื่อนตลอด อิอิ

Hot!

#27 By BuGz on 2009-09-08 13:20

นึกว่าฮิคิโคโมริเกินขึ้นได้แต่กับพวกโอตาคุซะอีก... sad smile ต้องลองปรับความเข้าใจดูใหม่ซะแล้ว

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

#28 By IchigO15 on 2009-09-08 14:07

เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ

เคยทำรายงานเรื่องโอตาคุอยู่เหมือนกัน..

#29 By oowazabioo on 2009-09-08 14:19

อืม... ไม่อยากออกจากบ้านเพราะขี้เกียจเหมือนกัน

แบบนี้เรียกว่า NEET มากกว่าสินะsad smile

Hot! Hot! Hot!

#30 By Hiyumaru on 2009-09-08 14:47

ยิ่งคนเราหนีความจริงมาเก็บตัวคนเดียวจินตนาการเรายิ่งเตลิดเปิดเปิงคิดแต่ในแง่ลบ
ทุกอย่างมันอยู่ที่เรายอมรับตัวเองและให้เกียรติแก่ตัวเราเองแค่ไหน
ถ้าพระเจ้าอยากให้คนเราเหมือนกัน ทำไมพระองค์ถึงสร้างเรามาแตกต่างล่ะ
Hot!

#31 By สันดานจัง on 2009-09-08 15:23

อ๋ออออ อย่างนี้นี่เองค่ะHot!
มันดูน่ากลัวนะ sad smile
ผมว่าการออกไปพบปะผู้คน
ถึงจะบ่อย ๆ แต่ก็ดีกว่านะ embarrassed

Hot!

#33 By ISHIMARU L. on 2009-09-08 18:36

ไอ้ความรู้สึกที่น้อยใจตัวเองเนี่ยเป็นบ่อยๆ นะ
เหมือนกับว่า ตัวเราเองทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลย
อยากเก่งกว่านี้...อยากทำให้ดีกว่านี้...
บางทีก็ไม่อยากออกไปไหนเพราะกลัวความผิดพลาดจะถูกซ้ำเติม

อย่างงี้เค้าเรียกว่าน้องๆ ฮิคิโคโมริ รึป่าวอ่ะ

#34 By Ayuki_s on 2009-09-08 20:22

คุณ K กล้าหาญมาก กล้าเผชิญกับความกลัวตรง ๆ
ถ้าเราเป็นแบบเขาแล้วออกไปโดนล้อแบบนั้นคงไม่กล้าออกไปอีกเลยแหง ๆ

#35 By พยายามพริ้ว on 2009-09-08 21:46

คุณ K สุดยอดจริงๆ

#36 By -- HaKobuNE -- on 2009-09-08 21:54

เรามักจะคิดว่าคนที่เป็นฮิคิโคโมริจะต้องมีสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ค่ะ
เพราะคนเรานั้นมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการรวมกลุ่ม ถ้าไม่มีกลุ่มแล้วจะรู้สึกอ่อนแอทันที
มันก็คงมีคนประเภทืั้ืำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ก็คงไม่ใช่ทุกกรณีใช่ไหมคะ เอาเข้าจริงถ้าต้องทำอะไรด้วยตัวเอง "คนเดียวทั้งหมด" ก็คงเหนื่อยจนท้อ

บางทีเราก็อยากจะปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืน หนีความจริง ไม่อยากไปทำงานการที่ดองไว้จนกองสุมหัว แต่ถ้าไม่ให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลยไม่ว่าทางใดๆ คงอัดอั้นตายแน่ เลยไม่เข้าใจเหตุผลของคนที่เป็นฮิคิโคโมริจริงๆ เลยน่ะค่ะ ต้องปิดประตู ขังตัวเองในห้องมืดๆ เหมือนในการ์ตูน รึเปล่า?

แต่เคยได้ยินว่าฮิคิโคโมริเค้าเล่นเนตด้วยนี่นา แบบนั้นมันถือว่าเป็นการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมั้ยคะ?

อยากอ่านเหตุผลและกลุ่มอาการที่ถูกละไว้จริงๆ เลยน๊า~~

#37 By Aijou~ on 2009-09-08 22:21

อุ่ย พล่ามมากจนลืมเลย
Hot! Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณที่แชร์ข้อมูลดีๆ ค่ะ

#38 By Aijou~ on 2009-09-08 22:22

น่าเห็นใจ มากกว่าน่ากลัวนะ
Hot! Hot! big smile

#39 By Sleeping black cat on 2009-09-09 18:56

อุ๊ย โล่งใจ งั้นทางนี้ก็เป็นโอตาคุเฉยๆล่ะค่ะ (ฮา)
^
^
น่าดีใจใช่มั้ยคะเนี่ยยยยยยยยยย

Hot! Hot! Hot!

#40 By purin•po♥([∂]ω[∂])~♪ on 2009-09-09 22:27

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆ ค่ะ double wink Hot!
เปิดใ่จแสดงมิตรภาพกันซักนิด ก็ช่วยเหลือพวกเขาได้

#42 By elRion on 2009-09-11 19:52

โอ้ อ่านแล้วคิดถึงความหลังจริง ๆ เลย

ไว้เราจะเอาโฮมเลสของเรามาลงมั่ง เป็นรายงานที่อุตส่าห์ปลุกปล้ำกับมันมานาน(พูดไปงั้น แต่อันที่จริงคือหมดมุขเขียนบล็อกนั่นเอง) sad smile

ว่าแต่... จะมีใครอยากอ่านไหมนะ เรื่องโฮมเลสน่ะ ฮ่ะๆ

#43 By SHizUKu on 2009-09-14 22:52

ฮิคิโคโมริ หรอ


?????

#44 By gclub (125.26.127.218) on 2009-09-16 02:53

แวะมาเยี่ยมพี่อุซางิค่า >O< คิดถึง
ช่วงนี้น้องหมากำลังบ้าเกมจีบหนุ่ม ส่วนพี่ก็คงจะบ้างานจนหัวปั่น...หรือเปล่า เพราะบล็อคมันแลได้กลิ่นเปรี้ยวชบกล อิอิ

เอาเป็นว่า สู้ๆ กับชีวิตนะคะ

ปล. เข้าใจในขั้นงงๆ (แต่คุ้นๆ เพราะมันคล้ายชื่อตัวละครในเกมโทคิโมคิ 2 ภาคดีเอส แง่ว) แต่คิดว่าตัวเองน่าจะเกือบๆ เข้าขั่นพอดู เพราะชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยออกบ้าน(เวลากินก็โทรศัพท์ให้น้องสาวไปซื้อให้บ้าง) นี่ถ้าไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงแดดส่องเข้ามารำๆ คงจะอยู่ในข่ายนั้นเป็นแน่ ...นอนกลางวันและตื่นกลางคืนอีกตะหาก - - มีอาการ เหงา เบื่อ เศร้า บ้างสลับกันบ่อยๆ ด้วย (แงะ!!)

#45 By runnaruk on 2009-09-22 14:00

Hot!
แปะๆๆๆ

ความรู้สาระสุดๆไปเลยค่า

...ตอนนี้เพิ่งรู้ว่า ฮิคิโคโมริคืออะไร...แหะๆ

#46 By penny on 2009-09-23 22:17